กลับสารบัญ

ปุปผสูตร

พุทธพจน์ และ พระสูตร

พระไตรปิฎก เล่ม ๑๗

 คลิกขวาเมนู

๒. ปุปผสูตร

ว่าด้วยพระพุทธองค์ไม่ขัดแย้งกับโลก

             [๒๓๙] พระนครสาวัตถี ฯลฯ สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้ว ตรัสว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่ขัดแย้งกับโลก.  แต่โลกย่อมขัดแย้งกับเรา.

ผู้กล่าวเป็นธรรม ย่อมไม่ขัดแย้งกับใครๆ ในโลก

สิ่งใดที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี แม้เราก็กล่าวสิ่งนั้นว่า ไม่มี.

สิ่งใดที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี แม้เราก็กล่าวสิ่งนั้นว่า มี

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี ซึ่งเราก็กล่าวว่าไม่มีนั้น คืออะไร?

คือ รูปที่เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา

บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี แม้เรา ก็กล่าวรูปนั้นว่า ไม่มี.

เวทนา...สัญญา...สังขาร...

วิญญาณที่เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา โลกสมมติว่า ไม่มี แม้เราก็กล่าววิญญาณนั้นว่า ไม่มี.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แหละที่เป็นบัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี ซึ่งเราก็กล่าวว่า ไม่มี.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี ซึ่งเราก็กล่าวว่ามีนั้น คืออะไร.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี แม้เราก็กล่าวรูปนั้นว่า มี.

เวทนา...สัญญา...สังขาร...

วิญญาณที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ที่บัณฑิตในโลกสมมุติว่า มี แม้เราก็กล่าววิญญาณนั้นว่า มี.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แหละที่บัณฑิตในโลกสมมุติว่า มี ซึ่งเราก็กล่าวว่า มี.

             [๒๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย  โลกธรรม(สภาวธรรมหรือธรรมชาติหรือธรรมของโลก)มีอยู่ในโลก

พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัด โลกธรรมนั้น  ครั้นแล้วย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้น.

ก็โลกธรรมในโลก พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรม(สภาวธรรมหรือธรรมชาติหรือธรรมของโลก)

ครั้นแล้ว ย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นนั้น คืออะไร?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คือ รูป เป็นโลกธรรมในโลก  พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรมนั้น ฯลฯ กระทำให้ตื้น.

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลใด เมื่อพระตถาคตบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นอยู่อย่างนี้

(ก็ยัง)ย่อมไม่รู้ ไม่เห็น เราจะกระทำอะไรได้กะบุคคลนั้น  ผู้เป็นปุถุชนคนพาล บอด ไม่มีจักษุ ไม่รู้ ไม่เห็น.

เวทนา...สัญญา...สังขาร...วิญญาณ เป็นโลกธรรมในโลก   พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรมนั้น

ครั้นแล้ว ย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้น.

บุคคลใด เมื่อพระตถาคตบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นอยู่อย่างนี้

ย่อมไม่รู้ ไม่เห็น เราจะกระทำอะไรได้กะบุคคลนั้น ผู้เป็นปุถุชนคนพาล บอด ไม่มีจักษุ ไม่รู้ ไม่เห็น.

             [๒๔๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบลก็ดี ปทุมก็ดี บุณฑริกก็ดี เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ ขึ้นพ้นจากน้ำตั้งอยู่ แต่น้ำไม่ติด แม้ฉันใด.

พระตถาคตเกิดแล้วในโลก เจริญแล้วในโลก ย่อมครอบงำโลกอยู่  แต่โลกฉาบทาไม่ได้  ฉันนั้นเหมือนกันแล.

จบ สูตรที่ ๒.

 

             พระองค์ท่านทรงแสดงว่า ท่านมิได้ขัดแย้งกับโลก ที่หมายถึงความเห็นทางโลกอันคือทิฏฐิของบัณฑิตคือนักปราชญ์หรือผู้มีปัญญาทั้งหลาย  กล่าวคือทรงยอมรับในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นไปตามโลกธรรมหรือธรรมหรือธรรมชาติ    แต่โลกที่หมายถึงปุถุชนคนพาล คนบอด คนไม่มีจักษุ คือคนผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เห็นในความจริงในธรรมหรือโลกธรรมต่างหาก ที่มาขัดแย้งกับพระองค์ท่านหรือคำสอนของพระองค์ท่าน แล้วจะไปทำอะไรได้กะบุคคลเยี่ยงนั้น นอกจากจำต้องปล่อยเขาให้วนเวียนอยู่ในภพชาติอันแสนเป็นทุกข์ต่อไป ตามกรรมของเขาเอง.

เราย่อมไม่ขัดแย้งกับโลกคือความเห็นของบัณทิต.  แต่โลกคือความคิดเห็นของคนมืดบอดต่างหากที่ย่อมมาขัดแย้งกับเรา

 

 

 

 

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

hit counter

นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย