กลับสารบัญ

ชราสูตร

พุทธพจน์ และ พระสูตร ๑๐.

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙

 คลิกขวาเมนู

        [๙๖๒]สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา

ในบุพพารามใกล้พระนครสาวัตถี

ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น

แล้วประทับนั่งผินพระปฤษฎางค์ผิงแดดในที่มีแสงแดดส่องมาจากทิศประจิมอยู่

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ

ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว บีบนวดพระกายของพระผู้มีพระภาคด้วยฝ่ามือ พลางกราบทูลว่า

        [๙๖๓] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  น่าอัศจรรย์  ไม่เคยมีมาแล้ว

เวลานี้ พระฉวีวรรณของพระผู้มีพระภาคไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน

พระสรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว  พระกายก็ค้อมไปข้างหน้า

และความแปรปรวนของอินทรีย์ คือ พระจักษุ  พระโสตะ  พระฆานะ  พระชิวหา  พระกาย ก็ปรากฏอยู่

        [๙๖๔] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ข้อนี้เป็นอย่างนั้น

ชราธรรม ย่อมมี(แอบแฝงอยู่)ในความเป็นหนุ่มสาว

พยาธิธรรม ย่อมมีในความไม่มีโรค

มรณธรรม ย่อมมีในชีวิต  

ผิวพรรณไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน

สรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว  กายก็ค้อมไปข้างหน้า

และความแปรปรวนแห่งอินทรีย์ คือ จักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ก็ปรากฏอยู่

        [๙๖๕] พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว

จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า   

        ถึงท่านจะติความแก่อันเลวทราม

        ถึงท่านจะติความแก่อันทำให้ผิวพรรณทรามไป

        รูปอันน่าพึงใจก็คงถูกความแก่ย่ำยีอยู่นั่นเอง

        แม้ผู้ใดพึงมีชีวิตอยู่ได้ร้อยปี (ผู้นั้นก็ไม่สามารถพ้นความชรา,ความตายได้)

        สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็นเบื้องหน้า

        ความตายย่อมไม่ละเว้นอะไรๆ ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

 

 

hit counter