กลับสารบัญ

มรณัสสติ

พุทธพจน์ และ พระสูตร

พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๒

 คลิกขวาเมนู

        มรณัสสติ หรือมรณสติ เป็นพระสูตรที่กล่าวถึงการมีสติระลึกถึงความตาย อันจะต้องมีมาถึงตนเป็นธรรมดา พิจารณาเพื่อให้ใจสงบจากอกุศลธรรม และเกิดความไม่ประมาท และไม่หวาดกลัว แต่คิดเร่งขวนขวายบำเพ็ญกิจ และทำความดี (ข้อ ๗ ในอนุสติ ๑๐)   มรณัสสติสูตรที่ ๑ เป็นการมีสติ ไม่ประมาท ระลึกถึงความตายอยู่เสมอๆ เพื่อให้เกิดนิพพิทา   ส่วนในมรณัสสติ สูตรที่๒ นั้น เป็นการสอนให้มีสติระลึกถึงความตายว่าไม่เที่ยง เกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ทุกขณะ จึงควรมีความเพียรเร่งปฏิบัติ

 

มรณัสสติสูตรที่ ๑

        [๒๙๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทสร้างด้วยอิฐใกล้บ้านนาทิกคาม

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น

ทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มรณัสสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว

ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายย่อมเจริญมรณัสสติหรือ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้

ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า  โอหนอเราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ

        พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ

        ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอ

เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก  หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ

        เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ  เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่าโอหนอ เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

และภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอเราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ประมาท เจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายช้า

ส่วนภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

และภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ

เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้ เรากล่าวว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแรงกล้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

เราทั้งหลาย จักเป็นผู้ไม่ประมาท จักเจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายอย่างแรงกล้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย   เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๙

-------------------------

มรณัสสติสูตรที่ ๒

กลับสารบัญ

 

 

 

hit counter