Content

A  sermon on

 ศัพท์

This Present Life Is So Important

For  The Well-Being of The Future

delivered  by

His Holiness

Somdech Phra Nyanasamvara

The Supreme Patriarchof Thai  Sangha

The  sermon was delivered by His Holiness Phra Nyanasamvara

The Supreme Patriarch on New Year’s Day A.D. 2005  or B.E. 2548

Translated  by S.Nopporn

 ชีวิตนี้สำคัญนัก

เพื่อความสุขสวัสดีแห่งเบื้องหน้า

สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

แปลโดย  นพพร   สุวรรณพานิช

 

ธรรมข้อคิดจากพระอริยเจ้า

สารบัญ

 

     ชีวิตนี้สำคัญนัก  เล่มนี้           ชีวิตนี้สำคัญนัก 2        ชีวิตนี้สำคัญนัก 3         ชีวิตนี้สำคัญนัก 4         คำศัพท์

1. ชีวิตในชาติปัจจุบันน้อยนัก สั้นนัก

 

                ทุกชีวิต  ไม่ว่าคนไม่ว่าสัตว์  มิได้มีเพียงเฉพาะชีวิตนี้  คือ มิได้มีเพียงชีวิตในชาตินี้ชาติเดียว   แต่ทุกชีวิตมีทั้งชีวิตในชาติอดีต  ชีวิตในชาติปัจจุบัน  และชีวิตในชาติอนาคต

                ชีวิตนี้น้อยนัก  นั้นหมายถึง ชีวิตในชาติปัจจุบันน้อยนัก .... สั้นนัก

ชีวิต คือ อายุ ชีวิตในปัจจุบันชาติของแต่ละคนอย่างยืนนานที่สุดก็เกินร้อยปีได้ไม่เท่าไร  ซึ่งก็ดูราวเป็นอายุที่ไม่ยืนมากนัก    แม้ไม่นำไปเปรียบกับชีวิตที่ต้องผ่านมาแล้วในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วนนับปีไม่ได้   และชีวิตที่จะต้องเวียนวนเกิดตายต่อไปอีกในอนาคตที่จะนับภพชาติไม่ถ้วน   นับปีไม่ได้อีกเช่นกัน

                ที่ปราชญ์ท่านว่า  “ชีวิตนี้น้อยนัก”  นั้น ท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับชีวิตในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน   และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน  สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา   ไม่สามารถพาตนให้พ้นทุกข์สิ้นเชิงได้

[ Webmaster - สมเด็จพระญาณสังวร ฯ. กล่าวแสดงธรรมเรื่องภพชาติใน "ชีวิตนี้สำคัญนัก" แบบโลกิยะที่เป็นส่วนแห่งบุญ ที่ยังผลต่อขันธ์หรือชีวิตโดยตรง  ดังความในพระสูตร มหาจัตตารีสกสูตร,  ภพชาติที่กล่าวแสดงครานี้ จึงไม่ได้กล่าวในลักษณะโลกุตระดังในปฏิจจสมุปบาทธรรม  แต่ต่างล้วนดีงามยิ่ง กล่าวคือฝ่ายหนึ่งยังประโยชน์สุขต่อขันธ์หรือชีวิตและโลกโดยตรงๆ  อีกฝ่ายหนึ่งนั้นคือโลกุตระก็เหนือโลกจนหลุดพ้นจากกองทุกข์โดยสิ้นเชิง อันเป็นสุขยิ่ง  จึงพึงเข้าใจให้ถูกต้องด้วยว่า มิได้มีความขัดแย้งหรือผิดพลาดในการข้อธรรมหรือสื่อธรรมะแต่ประการใด ]

 

1.  This present life is so miniscule in scope and so small

 

Lives of all kinds whether humans or animals do not exist only in the present existence, but they also have past and future ones.

                   This  short life means that the present existence is a bit brief and so miniscule.

                   Life , of  course, is subject to ageing .  The present existence of each individual does not exceed one hundred years in terms of the average age. It is a very short period when compared with the past uncountable existences and those in the future.

                   When the sages or learned persons utter that this present life is so unfocused , they  are comparing it with past and future uncountable  existences . Those people of incomplete understanding can not be delivered from suffering

 2. ชีวิตกับกรรมที่กระทำ

 

ทุกชีวิต.....ก่อนแต่จะได้มาเป็นคน  เป็นสัตว์  อยู่ในปัจจุบันชาติ   ต่างเป็นอะไรต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย   แยกออกไม่ได้ว่า ..... มีกรรมดีกรรมชั่วอะไรบ้าง  ทำกรรมใดก่อน  ทำกรรมใดหลัง และทั้งกรรมดีกรรมชั่วที่ทำไว้ในชาติอดีตทั้งหลาย  ย่อมมากมายเกินกว่าที่ได้มากระทำในชาตินี้   ในชีวิตนี้อย่างประมาณมิได้

กรรมดีกรรมชั่วทั้งหลายเหล่านั้น   ย่อมให้ผลตรงตามเหตุทุกประการ   แม้ว่าผลจะไม่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันทุกสิ่งทุกอย่าง   และไม่อาจเรียงลำดับตามเหตุผลที่ได้กระทำแล้วก็ตาม   แต่ผลทั้งหลายย่อมเกิดแน่   แม้เหตุได้กระทำแล้ว

 

2. Life and Performed Kamma

                       

Present existence of all kinds before becoming humans or animals used to be  something else. This is not separate from kamma,  whether it be past or present , good or bad, before or after. Kamma  can not occur at the same time. It can not be put in  perfect order and is limitless. The effect of past kamma is incalculable and even exceeds the present existence.

                        All good and  bad  deeds give effects . Though the effects may not occur at the same time chronologically ,  the  outcome will definitely happen due to the cause. Whatever the outcome,  each of them will occur to be experienced.

3. กรรมที่กระทำย่อมให้ผลตรงตามเหตุเสมอ

 

เมื่อมีเหตุย่อมมีผล   เมื่อทำเหตุย่อมได้รับผลและผลย่อมตรงตามเหตุเสมอ    ผู้ใดทำผู้นั้นจักเป็นผู้ได้รับผล   เที่ยงแท้แน่นอน   เมื่อใดกำลังมีความสุข  ไม่ว่าผู้กำลังมีความสุขนั้นจะเป็นเราหรือเขา   เมื่อนั้นพึงรู้ความจริงว่าเหตุดี  ที่ได้ทำไว้แน่กำลังให้ผล    ผู้ทำเหตุดีนั้นกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่

แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้   ว่าทำเหตุดีหรือกรรมดีใดไว้  แต่ก็พึงรู้  พึงมั่นใจว่า   เหตุแห่งความสุขที่กำลังได้เสวยอยู่เป็นเหตุดีแน่  เห็นกรรมดีแน่  ผลดีเกิดแต่เหตุดีเท่านั้น  ผลดี.....ไม่มีเกิดแต่เหตุไม่ดีได้เลย

เมื่อใดกำลังมีความทุกข์ความเดือดร้อน   ไม่ว่าผู้กำลังมีความทุกข์ความเดือดร้อนนั้น   จะเป็นเราหรือเป็นเขา    เมื่อนั้นพึงรู้ความจริง ว่าเหตุไม่ดีที่ได้ทำไว้แน่กำลังให้ผล   ผู้ทำเหตุไม่ดีกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่

แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้    ว่าทำเหตุไม่ดีหรือกรรมไม่ดีใดไว้   แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่าเหตุแห่งความทุกข์ความเดือดร้อนที่กำลังได้เสวยอยู่เป็นเหตุไม่ดีแน่   เป็นกรรมไม่ดีแน่   ผลไม่ดีเกิดแต่เหตุไม่ดีเท่านั้น  ผลไม่ดี.....ไม่เกิดแต่เหตุดีได้เลย

 

3. Kamma that has been done  gives result exact to its cause

   

Where there is cause, there is effect. Person who does the kamma will definitely receive its outcome . When  the  person is happy, whether he or she is that person, it can be realized that good deed will give effect. That person is enjoying the effects of its cause.

                        The ordinary person may not realize this, but it should be understood that the good cause of happiness is the outcome good effect. Good result does not  arise from  bad cause.

                        When an individual is suffering misery whether it may be ourself  or other person , it is definite that  unwholesome cause produces bad effects.

Though an ordinary person may not realize this , he or she should understand that cause of suffering is due to unwholesome action . Unwholesome effects are due to bad causes, never from good ones

4. ผลของกรรมนั้นแน่นอน   ไม่มีข้อยกเว้น

 

เมื่อใดมีความคิดว่าเราทำดีไม่ได้ดี   หรือเขาทำดีไม่ได้ดี ก็พึงรู้ว่าเมื่อนั้นกำลังหลงคิดผิดจากความจริง   กำลังเข้าใจผิดจากความจริง.....ทำดีต้องได้ดีเสมอ   ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

เมื่อใดมีความคิดว่า   เราทำไม่ดีแต่กลับได้ดี   หรือเขาทำไม่ดีแต่กลับได้ดี    ก็พึงรู้ว่าเมื่อนั้นกำลังหลงคิดผิดจากความจริง   กำลังเข้าใจผิดจากความจริง .....ทำไม่ดีต้องได้ไม่ดีเสมอ    ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

 

4. Effect of Kamma is definite without exception

 

When the thought that we have done good thing but do not experience good result, we should know that we are misled and believe by mistake that every action is good with no exception.

                        When we do evil we may be rewarded with good, but when we do good we may be rewarded with evil. Again , this is what we are misled and believe by mistake. If we do evil, we get evil. Doing good always begets good with no exception.

5. ความซับซ้อนของกรรม

 

ชีวิตในชาตินี้ชาติเดียวย่อมน้อยนัก   เมื่อเปรียบกับชีวิตในอดีตชาติ  ซึ่งนับจำนวนชาติหาถ้วนไม่   ดังนั้น  กรรม .... คือ การกระทำที่ทำในชีวิตนี้   ในชาตินี้ชาติเดียวจึงน้อยนัก    เมื่อเปรียบกับกรรมหรือการกระทำที่ทำไว้แล้วในอดีตชาติ  อันนับจำนวนชาติไม่ถ้วน

การเขียนหนังสือด้วยปากกาหรือดินสอ  ลงบนกระดาษแผ่นเดียวนั้น   เขียนลงครั้งแรกก็ย่อมอ่านออกง่าย   อ่านเข้าใจได้ง่าย   แต่ยิ่งเขียนทับเขียนซ้ำลงไปบนกระดาษแผ่นเดียวกันนั้น    ตัวหนังสือย่อมจะทับกันยิ่งขึ้นทุกที  การอ่านก็จะยิ่งอ่านยากขึ้นทุกที   จนถึงอ่านไม่ออกเลย   ไม่เห็นเลยว่า เป็นตัวหนังสือ    จะเห็นแต่รอยหมึกหรือรอยดินสอทับกันไปทับกันมาเป็นสีสันเท่านั้น  ให้เพียงรู้เท่านั้น   ว่าได้มการเขียนลงบนกระดาษแผ่นนั้น   หาอ่านรู้เรื่องไม่  และหาอาจรู้ได้ไม่ว่าเขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลัง นี้ฉันใด   การทำกรรมหรือการทำดีทำชั่วก็ฉันนั้น    ต่างได้ทำกันมานับภพชาติไม่ถ้วน   ทับถมกันมายิ่งกว่าตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก   หารู้ไม่ว่าได้เขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลัง  ทำกรรมใดไว้ก็ไม่รู้ไม่เห็น   แยกไม่ออกว่าทำกรรมใด  ก่อนทำกรรมใดหลังทำดีอะไรไว้บ้าง   ทำไม่ดีอะไรไว้บ้าง   มากน้อยหนักเบากว่ากันอย่างไรมาถึงชาตินี้ไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น  เป็นความซับซ้อนของกรรมที่แยกไม่ออกเช่นเดียวกับความซับซ้อนของตัวหนังสือที่เขียนทับกันไปทับกันมา

 

5. Complexity  of  Kamma

 

                   This existence is so minute when compared with previous uncountable  ones. Kamma in this existence is therefore  a microcosmic.

                        For example, writing on a piece of paper with pen or pencil may be  legible, but  rewriting on the same piece several time over, words are  harder to see and read. Only marks of the pen or pencil are left. The  tracing of the words is therefore illegible. We can not distinguish  which letter or word comes first or later.  What is prior and what is later writing ? . Our countless existences or our own karma can also be compared.  Our previous existences are complicated like our rewriting  overlapping one another. The knotty kamma is compared to our rewriting . We can not relate whether  which letter or mark comes first. The existences tell of our deed whether we have done good or bad, and to what extent we have done it. The complexity in this existence is that we can not set a precedent of our kamma like our own rewriting overlapping one another on the same piece of paper.

6. สิ่งที่แสดงให้เห็นความซับซ้อนของกรรม

 

ความซับซ้อนของกรรมแตกต่างกับความซับซ้อนของตัวหนังสือตรงที่ตัวหนังสือนั้น ..... เมื่อเขียนทับกันมากๆ   ก็ย่อมไม่มีทางรู้ว่า  เขียนเรื่องดี หรือเรื่องไม่ดีอย่างไร

แต่กรรมนั้น......แม้ทำซับซ้อนมาเพียงไร  ก็มีทางรู้ว่าทำกรรมดีไว้มากน้อยเพียงไร   หรือกรรมไม่ดีไว้มากน้อยเพียงไร  โดยมีผลที่ปรากฏขึ้นของกรรมนั้นเองเป็นเครื่องช่วยแสดงให้เห็น

 

6. The implicit nature of the complexity of kamma

 

There is difference in indecipherable rewriting and kamma. If we continue writing on the same piece of  paper with words overlapping one another , we do not know  whether the writing is good or not in meaning.

But kamma though  complicated is also known whether we have done good or evil, by  judging from its outcome  . The effects of the kamma reflect  their causes.

7. ความแตกต่างในชาติกำเนิด

 

“ชีวิต”   หรือ “ชาตินี้”  ของทุกคน มีชาติกำเนิดไม่เหมือนกัน  เป็นไทยก็มี  จีนก็มี แขกก็มี ฝรั่งก็มี  มีชาติตระกูลไม่เสมอกัน  ตระกูลสูงก็มี   ตระกูลต่ำก็มี มีสติปัญญาไม่ทัดเทียมกัน  ฉลาดหลักแหลมก็มี  โง่เขลาเบาปัญญาก็มี  มีฐานะต่างระดับกัน  ร่ำรวยก็มี  ยากจนก็มี

ความแตกต่างห่างกันนานาประการ   เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องชี้ให้ผู้เชื่อในกรรมและผลของกรรม   เห็นความมีภพชาติในอดีตของแต่ละชีวิตในชาติปัจจุบันที่เกิดมาต่างกันในชาตินี้   เพราะทำกรรมไว้ต่างกันในชาติอดีต

 

7. Differences of Birth

                       

Existence or life of each individual has differences of birth. Whether  the persons  may be Thai, Chinese, Indian or Westerners have differences in family tradition and social strata.  Inteligence and wisdom are not the same. One may be wise or may be foolish . Living standard is also different in terms of property.

                        All the differences can be varied. This indicates belief in kamma and also its consequences. Each person had differences in past  existences which lead  to differences in present one .  All undergo  different births and   lives  due to different kamma  in the past.

8. ความได้ภพชาติในชีวิตนี้  ชาตินี้

 

ความแตกต่างของชีวิตที่สำคัญที่สุด  ที่แสดงให้เห็นอำนาจที่ใหญ่ยิ่งที่สุดของกรรม   คือความได้ภพชาติของพรหมเทพ   ความได้ภพชาติของมนุษย์  กับความได้ภพชาติของสัตว์

เทวดา..... อาจมาเป็นมนุษย์ได้  เป็นสัตว์ได้

มนุษย์....อาจเป็นเทวดาได้  เป็นสัตว์ได้

และสัตว์......ก็อาจไปเป็นเทวดาได้  เป็นมนุษย์ได้  ด้วยอำนาจยิ่งใหญ่ของกรรมอันนำให้กิด

นี้เป็นความจริงที่แท้   จะเชื่อหรือไม่เชื่อความจริงนี้ก็ย่อมเป็นความจริงเสมอไป    ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากความจริงได้   จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ควรกลัวอย่างหนึ่ง  คือกลัวการไม่ได้กลับมาเกิดเป็นคน   ไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดา

เทวดามาถึงภพชาติเป็นมนุษย์   เป็นที่ย่อมเชื่อถือกันมากกว่าเทวดาจะไปเป็นอะไรอื่น   จึงมีคำบอกเล่าหรือที่สันนิษฐานกันอยู่เสมอ  ว่าผู้นั้นผู้นี้เป็นเทวดามาเกิด   ทั้งนี้ก็โดยสันนิษฐานจากความประณีตงดงามสูงส่งของผู้นั้นผู้นี้

บางรายก็มีพร้อมทุกประการ  ทั้งชาติตระกูลที่สูง   ฐานะที่ดี  ผิวพรรณวรรณะที่งาม     กิริยาวาจามารยาทที่สุภาพ  อ่อนโยน  ไพเราะ เรียบร้อย  เฉลียวฉลาด

บางผู้แม้ไม่งามพร้อมทุกประการดังกล่าว  ก็ยังได้รับคำพรรณนาว่า  เป็นเทวดานางฟ้ามาเกิด   เพราะผิวพรรณ มารยาทงดงาม  อ่อนโยน  นุ่มนวลนี้ก็คือ การยอมรับอยู่ลึกๆ  ในใจของคนส่วนมาก  ว่าเทวดามาเกิดเป็นมนุษย์ได้

 

8.  This  existence and cycle of deaths and births

 

The most important difference reveals the mighty power of kamma, which is the cycle of deaths and births  for  thevadas, humans and animals.

Thevadas can be reborn as humans or animals,

Humans can be reborn as thevadas or animals,

Animals can be reborn as thevadas or humans with the mighty power of kamma.

Indeed , this is a supreme truth. One may  believe it or not, but this is the real truth. Nothing can change this truth . Whether one may believe it or not , one should be afraid to be reborn a human or a thevada.

In general , thevadas are reborn as humans, a more respectful form of existence than being reborn  as thevadas. There has been surmise or conjecture that thevadas are reborn  as humans due to the refined nature .

Certain persons are perfect in various aspects. They have  good social strata , excellent complexion and gentle manner, including good intelligence.

Some persons  may not be completely perfect,   but  they are  described being angels because of  having good skin , manner and good personal  attributes . Most humans believe that thevadas can also be reborn as humans.

9. อำนาจของกรรมกับความได้ภพชาติ

 

เทวดามาเกิดเป็นมนุษย์  มีตัวอย่างสำคัญยิ่งที่  พึงกล่าวถึงได้เป็นที่ยอมรับทั่วไป    โดยเฉพาะในหมู่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย  นั่นคือสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจากสวรรค์ชั้นดุสิต    เสด็จลงโลกมนุษย์ประสูติเป็นพระสิทธัตถราชกุมาร    พระราชโอรสพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางสิริมหามายา

รื่องหนึ่งในพระพุทธศาสนา  ที่รู้จักกันกว้างขวาง คือเรื่องของเทพธิดาเมขลา   เทพธิดาองค์นี้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์รักษามหาสมุทร    และมีหน้าที่คุ้มครองช่วยเหลือมนุษย์ที่ถือไตรสรณาคมน์    มีศีลสมบูรณ์ ปฏิบัติชอบต่อมารดาบิดา   พราหมรณ์โพธิสัตว์เดินทางไป    เรือแตกที่กลางมหาสมุทรพยายามว่ายเข้าฝั่งอยู่ถึง 7 วัน   เทพธิดาเมขลาจึงแลเห็น  ได้ไปแสดงตนต่อพระมหาสัตว์ทันที   รับรองจะให้ทุกอย่างที่พระมหาสัตว์ปรารถนาและได้เนรมิตสิ่งที่พระมหาสัตว์ขอทุกอย่าง  คือ เรือทิพย์  และแก้วแหวนเงินทอง

พระมหาสัตว์พ้นจากมหาสมุทร   ได้บำเพ็ญทานรักษาศีลจนตลอดชีวิต  

ครั้นสิ้นชีวิตแล้วได้ไปบังเกิดในเมืองสวรรค์

พระมหาสัตว์ครั้งนั้นต่อมาคือ  พระพุทธเจ้า

เทพธิดาเมขลาต่อมาคือ พระอุบลวัณณาเถรี

ผู้ดูแลช่วยเหลือพระมหาสัตว์ คือ พระอานนท์

นี้คือเทวดาถือภพชาติเป็นมนุษย์ได้  อย่างน้อยก็ตามความเชื่อถือ  จึงมีการเล่าเรื่องเทพธิดาเมขลา  ดังกล่าว

เทวดามาเกิดเป็นมนุษย์ได้    และมนุษย์ก็เกิดเป็นเทวดาได้

ดังที่สมเด็จพระบรมศาสดา  เมื่อประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน  ได้ทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกว่า    เมื่อทรงเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์หัวหน้าพ่อค้าเกวียน  ได้ทรงซื้อสินค้าในนครพาราณสี  บรรทุกเกวียนนำพ่อค้าจำนวนมากเดินทางไปในทางกันดาร     เมื่อพบบ่อน้ำก็พากันขุด   เพื่อให้มีน้ำดื่ม  ได้พบรัตนะมากมายในบ่อนั้น

พระโพธิสัตว์ทรงเตือนว่า    ความโลภเป็นเหตุแห่งความพินาศ.....แต่ไม่มีผู้เชื่อฟัง   พวกพ่อค้ายังขุดบ่อต่อไปไม่หยุด   หวังจะได้รัตนะมากขึ้น  บ่อนั้นเป็นบ่อที่อยู่ของพญานาค   เมื่อถูกทำลาย   พญานาคก็โกรธใช้ลมจมูกเป่าพิษถูกพ่อค้าเสียชีวิตหมดทุกคน   เหลือแต่พระโพธิสัตว์ที่มิได้ร่วมการขุดบ่อด้วย    จึงได้รัตนะมากมายถึง  7 เล่มเกวียน    ท่านนำออกเป็นทานและได้สมาทานศีล    รักษาอุโบสถจนสิ้นชีวิต  ได้ไปเกิดในสวรรค์   เป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่เกิดเป็นเทวดาได้

มนุษย์มีบุญกุศลและความดีพร้อม   ทั้งกาย วาจา  ใจ มากเพียงไร  ก็จะเกิดเป็นเทวดาชั้นสูงได้เพียงนั้น   คือ สามารถขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ชั้นสูงได้เมื่อละโลกนี้แล้ว

 

9. The power of kamma and the experience of the new  existence

 

There is a case showing thevadas being reborn as humans. An important example, which is cited on many occasions, especially among Buddhists, is a story of the Buddha from Dusit realm, who visited the earth as Siddhata, the royal son of King Suddhotana and Queen Maya.

                        The most quoted story of Buddhism concerns goddess Mekkhala who was appointed as a guardian of oceans and protector of believers in taking the three jewels as refuge and observer of Sila. He properly respected his parents. The Bodhisatta Brahmin who journeyed by sea was shipwrecked. He tried to swim across the ocean for 7 days to reach the shore. Deva Mekkhala saw the event and promised to present all things to him for what he needed; that is, a divine boat and gems.

                        The Bodhisatta was out of danger from the ocean. He became charitable, observed the precepts or morality throughout his life. After this human life he was born in heavenly realm.

The Bodhisatta later became the Lord Buddha.

Deva Mekhala later became  the nun Uppalavanna,

whereas the guardian of Bodhisatta later became Venerable Ananda.

This is the story of Thevadas becoming humans.

Thevadas can be reborn as humans, and humans can be reborn as Thevadas.

The Buddha when staying at Chetwan monastery had told this ancient story. In the past he became a Bodhisatta and also a chief of carts. He bought many goods in Karanasi and loaded them on carts. He and other traveling tradesmen went to a parched land. Once they found a dried-up well, they dug it in order to get some drinking water. But they discovered a lot of  jewels in the well.

The Bodhisatta gave warning that avarice could cause ruin, but no one believed his words. The tradesmen continued digging ceaslessly, hoping to collect more jewels. The well was the dwelling house of the king of nagas. When the well was damaged, the king of nagas was irate, using his nose to spray poison and destroy all tradesmen except the Bodhisatta who later received 7 cartloads of jewels and gave them as alms. This Bodhisatta undertook to observe the precepts until the end of his life, and later was reborn in a heavenly realm.

Humans who are bodily, verbally, mentally more charitable shall be Thevadas on a higher plane of heavenly realm.

10. มนุษย์เกิดเป็นเทวดาได้   และเกิดเป็นสัตว์ก็ได้

 

ในสมัยพุทธกาล    ชายผู้หนึ่งโกรธแค้นรำคาญสุนัขตัวหนึ่งที่ติดตามอยู่ตลอดเวลา    พระพุทธเจ้าทรงทราบ    ก็ได้ตรัสแสดงให้รู้ว่า   บิดาที่สิ้นไปแล้วนั้น......มาเกิดเป็นสุนัขนั่น   และได้ทรงพิสูจน์โดยบอกให้สุนัขนำไปหาที่ซ่อนทรัพย์....ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้  นอกจากผู้เป็นบิดาของชายผู้นั้น  และสุนัขก็พาไปขุดพบสมบัติที่ฝังไว้ก่อนสิ้นชีวิตได้

สัตว์ไปเกิดเป็นเทวดาได้คงจะมีเป็นอันมาก  มีเรื่องต่างๆ ในพระพุทธศาสนาที่เล่าสืบกันมา คือ...

ในสมัยพุทธกาล  มีสัตว์ได้ยินเสียงของพระท่านสวดมนต์   ก็ตั้งใจฟังโดยเคารพ   ตายไปก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพสวรรค์   ด้วยอนุภาพของการให้ความเคารพในพระธรรมของพระพุทธเจ้า

สัตว์มาเกิดเป็นมนุษย์ได้  นี้ต้องเป็นที่เชื่อถืออยู่ลึกๆ ในจิตสำนึก   ถึงแม้เมื่อพบมนุษย์บางคน  บางพวกก็ได้มีการแสดงความรู้สึกจริงใจออกมาต่าง ๆ กัน   เช่น  ลิงมาเกิดแท้ๆ   สัตว์นรกมาเกิดแน่ๆ   ทั้งนี้ก็ด้วยเห็นจากหน้าตา ท่าทางบ้าง กิริยามารยาท  นิสัยใจคอ  ความประพฤติบ้าง  ซึ่งโดยมากผู้ที่พบเห็นด้วยกัน   ก็จะมีความรู้สึกตรงกันดังกล่าว    เป็นความรู้สึกที่เกิดจากความเชื่อนั่นเอง  ว่าสัตว์มาเกิดเป็นมนุษย์ได้    หรือมนุษย์เกิดมาจากสัตว์ได้

สมัยพุทธกาล   มีเรื่องของพระภิกษุรูปหนึ่ง   มีจิตหวงห่วงผ้าสบงจีวรที่เพิ่งได้มาใหม่   ซักตากไว้บนราว   มรณภาพไปขณะผ้านั้นยังไม่แห้ง    จิตที่ผูกพันในผ้าสบงจีวรนั้นนำให้ไปเกิดเป็นสัตว์เล็นเล็ก ๆ  เกาะติดอยู่กับผ้า

พระภิกษุอีกรูปหนึ่งเห็นผ้าสบงจีวรไม่มีเจ้าของแล้ว   ก็จะนำไปใช้    พระพุทธองค์ทรงทราบ.....  ได้ทรงมีพระพุทธดำรัสห้ามตรัสให้รอ   เพราะพระภิกษุรูปนั้นจะสิ้นภพชาติขอการเป็นเล็นในเวลาเพียงไม่กี่วัน   ถ้านำสบงจีวรนั้นไปในขณะยังเป็นเล็นอยู่   ก็จะโกรธแค้น   จะไม่ได้ไปเสวยผลแห่งกุศลกรรมที่ได้ประกอบกระทำไว้เป็นอันมาก  นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทรงรับรองว่าอำนาจจิตจะทำให้มนุษย์ไปเป็นสัตว์ได้

 

10. Human may be reborn either as a Thevada or in the animal world

 

During the Buddha’s time a male person was annoyed and got angry to a dog that followed him. When the Lord Buddha heard of this event, he told him that the deceased father was reborn as that dog. He proved the case by telling the dog to discover the hidden treasure. It could find the treasure though the hidden wealth was known only by the father before his death.

Animals can be reborn as Thevadas. This is found in many scriptures.

During the Buddha’s time an animal heard monks chanting their prayers and listened to the chants with due respect and attention. When it died it went to a heavenly realm. This is due to the power of deep respect for the Dhamma of the Lord Buddha.

Animals can be reborn as humans as well and are believed with deep conscience. Certain humans are also born with faces, manners, and animal-like behaviors.

During the Buddha’s time a monk was worried about his skirt-like clothes or garment. One day he wanted to wash and dried them on a clothesline, but he passed away without drying the clothes. The mind that clung to the piece of clothes made him reborn as a little vermin due to being attached to the cloth.

Another monk saw the unowned clothes and decided to put them on. The Lord Buddha heard of the event, forbade it. He told the monk to wait since the late monk was reborn into a little vermin just a few days after his death. He could get angry and could not live in ease and comfort. This is the story which shows that the mental power causes humans to be reborn in the animal realm.

11. พึงหนีให้พ้นอำนาจอันน่ากลัวของกรรม

 

เทวดา......มาเกิดเป็นมนุษย์ได้

มนุษย์.....ไปเกิดเป็นเทวดาได้

เทวดา......มาเกิดเป็นสัตว์ได้

สัตว์.......เกิดเป็นเทวดาได้

มนุษย์.....เกิดเป็นสัตว์ได้ และ

สัตว์.....ก็กลับเกิดเป็นมนุษย์ได้

อำนาจอันยิ่งใหญ่ของกรรมเท่านั้น   ที่ตกแต่งชีวิตให้เป็นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อถึงเพียงนี้   กรรมจึงน่ากลัวจริงๆ    น่าหนีให้พ้นอำนาจกรรมจริง ๆ  ทั้งกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบัน

 

11 One should evade and run away from the fearful power of kamma

 

Thevadas can be reborn as humans.

Humans can  be reborn as Thevadas.

Thevadas can be reborn as  animals.

Animals can be reborn as  Thevadas.

Humans can be reborn as animals, and

Animals can be reborn as humans.

Only the mighty power of kamma has made life so unbelievable. Kamma is really dreary. We should evade both present and past bad deeds.

12. ชนกกรรม : กรรมอันนำไปเกิด

 

กรรมอันเป็เหตุนำให้เกิด คือ  “ชนกกรรม”  เป็นกรรมสุดท้ายก่อนชีวิตจะขาดจากภพภูมินี้    หรือเรื่องสุดท้ายที่จิตผูกพันคิดถึงอยู่   คือชนกกรรมอันนำไปเกิด

นึกถึงความดีที่เป็นบุญเป็นกุศล   ในขณะก่อนจะดับจิต ..... จิตก็จะไปสู่สุคติ   นำกายไปสุคติด้วย   นึกถึงความไม่ดีที่เป็นบาปเป็นอกุศล  ในขณะก่อนจะดับจิต ..... จิตก็จะไปสู่ทุคติ  นำกายไปทุคติด้วย

จิตที่ใกล้จะแตกดับนั้น........ปกติเป็นจิตที่อ่อนมาก  และไม่มีกำลังที่จะต้านทานใดๆ  ทั้งนั้น  คุ้นเคยกับความรู้สึกใดเกี่ยวกับเรื่องใด   ความรู้สึกนั้นเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็จะเข้าครอบงำจิต   มีอำนาจเหนือจิต   ทำให้จิตเมื่อใกล้จะดับ....... ผูกพันอยู่กับความรู้สึกนั้น   เกี่ยวกับเรื่องนั้น

เมื่อจิตดับ   คือ จากร่าง...... ก็จากไปพร้อมกับความรู้สึกนั้น  เกี่ยวกับเรื่องนั้น   นำไปก่อเกิดกายที่ควรแก่สภาพจิตทุกประการ

 

12. Reproductive Kamma:-

 

Kamma causes reproductive act, a final phase of life before departing this present world or a final idea or mind that is attached to is called reproductive kamma.

If one has an idea on merits when one is departing this earth ; this is called reproductive acts.

One calls to mind the merits and virtue  when one is departing this world.  The mind is in good order so is the body. If one is thinking of miserable existence when one is departing this world, the mind and the body are in bad condition.

The state of mind that will soon cease and reach an unhappy realm is naturally a weak one. There is no strength to resist anything at all. When one inures oneself to it, that kind of feeling dominates the state of mind and empowers it to originate a physical body that is continued by mental status.

13. อำนาจความยึดมั่นของจิตก่อนแตกดับ

 

ผู้ที่หวงสมบัติ......กลัวจะมีผู้มานำไปก่อนจะดับจิต   มีใจผูกเฝ้าสมบัติอย่างหวงแหน   เมื่อดับจิตก็เคยมีที่ไปเกิดเป็นงูเฝ้าอยู่ที่สมบัตินั้น   ผู้ใดเข้าไปใกล้ก็จะแสดงตัวให้เห็นเป็นงูใหญ่     เช่นที่เล่ากันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ว่า...... ข้าราชการผู้หนึ่ง   มีพระพุทธรูปที่หวงมากอยู่องค์หนึ่ง   เมื่อได้ละโลกนี้ไป   สหายไปเยี่ยมศพ  ได้ขอดูพระองค์นั้น   ขณะกำลังดูอยู่ก็มีงูตัวหนึ่งมาจากไหนไม่ปรากฏ  มาแผ่แม่เบี้ยอยู่ใกล้ๆ   ผู้มาขอดูไหวทัน...... ก็เข้าใจทันทีว่าเจ้าของได้เฝ้าพระอยู่ด้วยความหวงแหน   จึงพูดกับงูดังๆ ว่าไม่ได้คิดจะนำพระไปไหน   เพียงแต่มาขอดูเท่านั้น..... อย่าเป็นห่วง  เพียงเท่านั้นงูก็เลื้อยห่างหายไป    นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่นานมานี้   ที่เชื่อกันว่า  ผู้ที่หวงสมบัติมากๆ  ......ตายไปในขณะที่จิตผูกพันเช่นนั้น   ต้องไปเกิดเป็นงู   ต้องเฝ้าสมบัติ    ไม่ได้ไปเสวยผลของกรรมดีใด ๆ  ที่ได้กระทำไว้  จนกว่าใจจะปล่อยวางละความยึดถือความหวงแหนสมบัตินั้นๆ

 

13. Power of Adherence to the State of Mind before Perishing

 

Possessive persons who are reluctant to give up their things would be reflecting on them before perishing. When reborn that person will be a snake who guards that treasure. People who come nearer to the treasure shall see that the snake will present itself. There has been a recent story of an official who guarded the Buddha image. When he died, his friend would like to see the image, but there was an unknown cobra spreading its hood nearby. His friend sensed that there was something wrong. He told the snake loud and clear that he did not want to bring the image elsewhere he simply wished to admire it. The snake therefore  moved away. Persons who are possessive of their treasure have been infatuated with it and were born snake guarding the property. He does not enjoy the fruits of his labour and does not  slip away his possessive mind  means that the mind itself does not detach from the property

14. พึงตั้งจิตปรารถนาให้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์

 

ด้วยผู้ใหญ่ผู้มีสัมมาทิฐิ   มีสัมมาปัญญา   แต่ไหนแต่ไรมาท่านเชื่อเรื่องอำนาจความยึดมั่นของจิต   ท่านจึงสอนลูกหลานไว้ว่า  ก่อนจะหลับให้ภาวนาพุทโธ   นึกถึงพระพุทธเจ้า  และให้ตั้งใจปรารถนาว่า   เมื่อจากโลกนี้ไปเมื่อใดก็ตาม  ขอให้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ทันที   ให้ได้พบพระพุทธศาสนา   ท่านสอนกันให้ตั้งใจเช่นนี้ก่อนจะหลับไป    และสอนว่า  ถ้าการหลับไปครั้งนั้นจะไม่ได้กลับตื่นขึ้นมาอีก  ก็จะได้ไปดี   เป็นไปดังแรงปรารถนา

การได้เกิดเป็นมนุษย์   พบพระพุทธศาสนานั้น   เป็นมงคลสูงสุดของชีวิต    ผู้มีสัมมาทิฐิจึงตั้งจิตปรารถนาอย่างจริงจัง

 

14. One should be determined to be reborn a human

 

Elderly people with right view, right wisdom and clean comprehension have always a belief in the power of mental attachment. This is the reason why he or she tells their children to have the control and evolution of the mind as a way of recollecting the Lord Buddha’s teaching. He or she is determined that in case of departure from this world he or she will be reborn a human, and be a Buddhist. Elderly people  have this determination before sleeping. In case he or she does not wake up any more, what is done is done and can’t be undone. This is the way to cultivate and train the mind.

To be reborn a human and meet  Buddhism is a happy blessing of  elderly people with earnest determination and right view.

15. ชีวิตนี้เท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสวัสดี

 

ผู้อธิษฐานจิตปรารถนาจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์   พบพระพุทธศาสนานั้น  คือผู้รับรองความสำคัญของชีวิตนี้ที่แม้จะน้อยนักว่า.......

ชีวิตนี้เท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสวัสดีมีสุขได้อย่างแท้จริง   เพราะชีวิตนี้เท่านั้นที่พร้อมสำหรับการบำเพ็ญบุญกุศลทุกประการ

จะทำดีเพียงไร......ก็ทำได้ในชีวิตนี้   จะทำดีสูงสุดจนเกิดผลสูงสุด  คือ การปฏิบัติได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน   พ้นทุกข์ได้สิ้นเชิง  ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป...... ก็ทำได้ในชีวิตนี้   หรือทำดีเพียงเพื่อได้ถึงสวรรค์พ้นนรก.... ก็ทำได้ในชีวิตนี้

การตั้งจิตอธิษฐาน    เพื่อไม่ให้หลงไปภพภูมิอื่น  หลังละโลกนี้ไปแล้ว  แต่เพื่อให้กลับมาสู่ภพภูมิมนุษย์โดยเร็ว    และได้พบพระพุทธศาสนา   จึงเป็นความถูกต้อง  พึงทำอย่างยิ่ง

 

15. This life is the one that leads to well-being

 

An individual who has a firm determination to be reborn a human and meet Buddhism is the one that  this life may be miniscule, but this life only brings about real happiness since  it  is the most meritorious in all aspect.

Whatever one does, one can do only in this life, and receive the best outcome, that is, the Nirvana which leads to the Cessation of Suffering. One can do good to ascend into heavenly realm only through this life.

To have a resolution not to be reborn in other state of existence after departing this world is the highest blessing in life.

16. การเลือกชีวิตในภพชาติใหม่ให้มีความสุข

 

แม้ไม่ต้องการมีความทุกข์ในภพชาติหน้า.....ก็ต้องทำใจให้ไม่มีความทุกข์เสียตั้งแต่ในภพชาติปัจจุบันนี้

ไม่ปรารถนาเป็นอะไร    ไม่ปรารถนาเป็นอย่างไรในชาติหน้า..... ก็ต้องทำใจ คือทำใจไม่ให้เกาะเกี่ยวข้องอยู่กับอะไรนั้น   กับอย่างนั้น  ตั้งแต่ในปัจจุบันชาติ   จึงจะสมปรารถนา  ไม่เช่นนั้นก็จะสมปรารถนาไม่ได้

การจะทำใจให้เป็นสุขปราศจากทุกข์.... แม้พอสมควรขณะใกล้จะดับจิต  คือ  การเลือกชีวิตในภพชาติใหม่ให้มีความสุข   ปราศจากความทุกข์ได้พอสมควร   แต่การจะสามารถทำใจให้เป็นเช่นไร  ในเวลาใกล้จะดับจิตนั้น  ก็มิใช่จะทำได้ทันที  โดยมิได้มีความคุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนั้นมาก่อน

 

16. A person with right view should make a wish seriously.

 

In case one does not want misery in the next existences one should  be free from suffering in this life.

Wishing not to be anything else, one may not know what one will be and is not attached on the future life  since  only this life provides the conditions to fulfill all wholesome deeds.

To be happy without any suffering even at moderate rate at the time of departing this world is to lead a new life with well – being  and have no suffering. When one is about to pass away one should  be familiar with that feeling. Indeed, it should be done. 

17. ฝึกจิตให้คุ้นเคยกับสิ่งดีมีมงคล

 

ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง   คือมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอๆ   หรือบ่อย ๆ เนืองๆ

เช่น  การท่องพุทโธไว้ในใจเสมอ   นั่นก็คือ  ความคุ้นเคยกับพุทโธ  ความคุ้นเคยกับบุคคลใดที่เคยให้ความเมตตา อุปการะ  ช่วยเหลือ  จะทำให้ใจนึกถึงบุคคลนั้นได้โดยอัตโนมัติเมื่อถึงคราวคับขัน

ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นก็เช่นกัน   อบรมไว้ให้คุ้นเคยกับความรู้สึกใด   เช่นคุ้นเคยกับอารมณ์มีพระพุทโธ  หรือคุ้นเคยกับการท่องพุทโธ    เมื่อถึงเวลาคับขัน   ใจจะไม่ไปยึดมั่นเกาะเกี่ยวกับอะไรอื่นที่ไม่คุ้นเคย   แต่จะไปเกาะอยู่กับพระพุทโธที่เป็นยอดสิริมงคลทั้งปวง  ย่อมได้รับสิริมงคลนั้น   อันจักนำให้พ้นพาลภัยใหญ่น้อย   ความคุ้นเคยกับสิ่งดีมีมงคลจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง

ทุกคนผ่านชีวิตในอดีตชาติมาแล้วเป็นอันมาก  นับภพชาติไม่ถ้วน  มีความคุ้นเคยกับเรื่องราว   หรืออารมณ์ต่าง ๆ มาแล้วมากมาย   คุ้นเคยกับเรื่องราวหรืออารมณ์ใดมาก......ใจยึดมั่นผูกพันข้องติดอยู่กับเรื่องใดอารมณ์ใดมากมาแต่อดีตชาติ  ผลของความยึดมั่นผูกพันนั้นจะนำมาสู่ภพชาติปัจจุบัน

 

17. Cultivate the mind under to be familiar favorable auspicious objects

 

Familiarity with whatever feeling is to feel it always or continuously;

For instance, one who chants the prayer reciting Buddho regularly  will see the Buddha. Familiarity with a compassionate person will automatically helps one when one is in a hard time.

Familiarity with a certain feeling may cultivate one’s mind to acquire a good knowledge of the feeling. One may have the Lord Buddha as a sense-object even in time of crisis. The mind does not attach to any thing else which one is not familiar. The mind attaching  only to the Lord Buddha, the most propitious of all, will be free from all fear. Familiarity with favorable things is most important.

Everyone has gone through the past lives and has been familiar with all kinds of temperamental  feeling and objects. If we are familiar with a temperament our mind has been infatuated with it since the past existences. The result of this temperament of an attachment brings about the present existence.

18. ภพชาติปัจจุบัน  แสดงความผูกพันใจในอดีตชาติ

 

ภพชาติของตนในปัจจุบันแล้ว   ก็พอจะเข้าใจว่า  อดีตนั้นตนผูกพันกับเรื่องใด  อารมณ์ใด  มามาก ดีหรือว่าไม่ดี

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำทานการกุศลมามากในอดีต ชาติก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ  คือปัจจุบันชาติจะสมบูรณ์พูนสุขด้วยทรัพย์สินเงินทอง

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการเอื้ออาทร   ดูแลรักษา  ให้ข้าวปลาอาหาร ยารักษาไข้  และเงินทองเพื่อผู้เจ็บไข้ได้ป่วยมามากในอดีตชาติ  ไม่เบียดเบียนชีวิตร่างกายผู้อื่น   สัตว์อื่น  ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ  คือ ปัจจุบันชาติจะสมบูรณ์แข็งแรง  ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย  มาพลานามัยดี  อันนับเป็นลาภอย่างยิ่ง

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการระวังรักษากาย  วาจา ใจ ของตน ให้สุภาพอ่อนน้อม  ต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อมยกย่อง   ไม่ล่วงเกินดูหมิ่นมามายในอดีตชาติ   ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ คือปัจจุบันชาติจะเป็นผู้อยู่ในตระกูลสูงอันผู้อยู่ในตระกูลสูง ย่อมเป็นผู้ได้รับความเคารพ  อ่อนน้อม  ยกย่องไม่ถูกล่วงเกินดูหมิ่น  เป็นไปเช่นเดียวกับที่ตนเองได้ปฏิบัติไว้ต่อผู้อื่นเป็นอันมากในอดีตชาติ

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการช่วยประคับประคอง  รักษาชีวิตผู้อื่นสตว์อื่นมามากในอดีตชาติ  ไม่เบียดเบียน ตัดรอน ทำลายชีวิตอื่น  ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ คือ ปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีอายุยืน  ไม่ถูกตัดรอน  เบียดเบียนทำลายด้วยเหตุใดทั้งสิ้น  ไม่ให้ต้องเป็นผู้มีชีวิตน้อย  มีชีวิตสั้น

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับ   การรักษากาย วาจา ใจ อยู่ในศีลบริสุทธิ์ มามากในอดีตชาติ  จะมีจิตใจผ่องใส  จะไม่เศร้าหมอง  ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ คือ ปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีผิวพรรณอันงดงาม  หน้าตาผ่องใส  เป็นที่เจริญตาเจริญใจผู้พบเห็นทั้งหลาย

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการปฏิบัติธรรมมามากในอดีตชาติ  ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ  คือ ปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ศึกษาปฏิบัติธรรมเข้าใจง่าย  เจริญดีในธรรม

 

18. Present existence demonstrates past life’s attachment.

 

When one looks at the present existence one realizes that the past has a relationship with the present.

Those who are open-minded help to bestow alms in the past lives will be persons of good fortune in the present existence.

Those who were generous and helped other to take good care to provide food, medication and a sum of monetary support for the sick without exploitation can be healthy persons in the present life. This is considered a great gain.

Those who were verbally, bodily and mentally courteous to others with modesty and never looked down upon other in the past lives are persons of noble birth who are treated and respected honourably and  never been  looked down upon in present existence.

Those who took good care of others and animals’ lives in the past existence are the long-lived persons who are not exploited nor oppressed in any way. They shall not be short-lived persons.

Those who kept themselves clean bodily, mentally and verbally in past existences are persons with clear mind, never tarnished with aging at all.

Those who practiced in compliance with the Dhamma in previous existences are those who are intelligent and learn the Dhamma well and easily, have their mind at ease and shall have a good Dhamma education.

19.  ผู้กระทำกรรมดี   ย่อมได้เสวยผลของกรรมดี

 

ผู้ที่กำลังเสวยผลของกรรมดีในอดีตชาติต่าง ๆ กัน  เช่น ได้เกิดในตระกูลสูง  สมบูรณ์  บริบูรณ์  ด้วยทรัพย์สิน เงินทอง  มีร่างกายแข็งแรง  ไม่ถูกเบียดเบียนด้วยโรคภัยไข้เจ็บ   อายุยืน หน้าตาผิวพรรณงามผ่องใส หรือมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด  พึงน้อมใจเชื่อว่า  เป็นผลแห่งกรรมดีที่ได้ประกอบกระทำไว้แล้วเป็นอันมากในอดีตชาติ แน่นอน

และแม้ปรารถนาจะเสวยผลแห่งกรรมดีนั้นสืบต่อไปในอนาคต  ทั้งในอนาคตของปัจจุบันชาติ  และทั้งในอนาคตของภพชาติเบื้องหน้าที่พ้นจากภพชาติปัจจุบันไปแล้ว   ก็พึงตั้งใจประกอบกรรมดี  อันเป็นเหตุดีต่อไปให้มั่นคงสม่ำเสมอ

 

19. Those who sow the wind will reap the whirlwind

 

Those who enjoy the fruits of good kamma in the previous existences such as to be born in noble families, to be wealthy, not to be subject to ill health will, have a long life, with beautiful and good complexion, intelligent, wise and clever. We should believe with respect that it is the achievement of good deed  accumulated in the previous existences.

Those who wish to enjoy good kamma in the future lives should now  do only good deed continuously.

20.  ทุกชีวิตล้วนมีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี

 

ผลของกรรมดีที่ได้กระทำกันมา  ที่เป็นความคุ้นเคยกันมา  แม้จะสงวนรักษาไว้ให้สืบต่อกันมานานแสนนานต่อไป   ก็ต้องพยายามหนีผลของกรรมไม่ดีที่ต้องได้กระทำมาแล้วทุกคนในอดีตชาติ   ซึ่งมากมายนับภพชาติไม่ถ้วน และกรรมนั้นกำลังตามมา

ทุกคน   ล้วนกำลังมีผลกรรมดีและกรรมไม่ดีติดตามมา  เป็นผลของเหตุที่ได้ทำกันไว้ในอดีตชาติที่สลับซับซ้อนนับไม่ได้

 

20. All  existences  have  good and bad kamma

 

The results of good kamma as practiced by the person who  has done good deed for a long, long time can not escape from bad deed in the previous innumerable existences. This kamma will certainly come.

Everyone has the good and bad effects of kamma which has been  subject  to the outcomes of wholesome and unwholesome actions which are effects performed in the complexity of previous lives.

 This present life is so important[2]

ชีวิตนี้สำคัญนัก[2]

     ชีวิตนี้สำคัญนัก  เล่มนี้           ชีวิตนี้สำคัญนัก 2        ชีวิตนี้สำคัญนัก 3         ชีวิตนี้สำคัญนัก 4         คำศัพท์

Dictionary of Thai - Pali - English Terms

 

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

hit counter

 

 

นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย