buddha1-1.gif

๒. ปฏิปทาสูตร

พุทธพจน์ และ พระสูตร ๓๓.

พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๑๗

 คลิกขวาเมนู

ว่าด้วยข้อปฏิบัติเพื่อความเกิดและความดับ

สักกายทิฏฐิ

             [๘๙] พระนครสาวัตถี ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย

เราจักแสดงปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึง สักกายสมุทัย (ความเกิดขึ้น แห่งกายตน)

และปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ (ความดับ แห่งกายตน)

เธอทั้งหลาย จงฟังปฏิปทาทั้ง ๒ นั้น.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ ให้ถึงสักกายสมุทัยเป็นไฉน?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้วในโลกนี้ ไม่ได้เห็น พระอริยเจ้าทั้งหลาย

ไม่ฉลาดในธรรมแห่งพระอริยะ มิได้รับการแนะนำในอริยธรรม

ไม่ได้เห็น สัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในสัปปุริสธรรม  

ย่อมตาม เห็นรูปโดยความเป็นตน ๑  (มีความคิดเห็นว่า รูปขันธ์หรือกาย อันเป็นสังขารสิ่งถูกปรุงแต่งขึ้น ว่ามีตัวตนแท้จริงหรือถาวร)

ย่อมเห็นตนมีรูป ๑  (เพราะเห็นว่า มีตัวตนจริง  จึงมีรูปขันธ์หรือสังขารร่างกายขึ้น  จึงเที่ยงแท้เพราะเจตภูต หรือปฏิสนธิวิญญาณ)

ย่อมเห็นรูปในตน ๑  (มีความคิดเห็นว่า รูปขันธ์หรือสังขารของตน  เป็นของตัวของตนแท้จริง)

ย่อมเห็นตนในรูป ๑  (มีความคิดความเห็นว่า มีตัวตนของตนจริง ในรูปขันธ์หรือสังขารกายของตน)

(กล่าวคือ ล้วนเกิดแต่ความไม่เข้าใจใน หลักความเป็นเหตุปัจจัย หรือปฎิจจสมุปบันธรรม  หรือพระไตรลักษณ์)

ย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นตน  (มีความคิดเห็นว่า เวทนาที่ผัสสะหรือความรู้สึกอันเป็นเพียงสังขารสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น เช่นกันว่า มีตัวตนแท้จริงหรือเที่ยงแท้)

ย่อมเห็นตนมีเวทนา๑  (เพราะเห็นว่า มีตัวตนจริง  จึงมีเวทนา)

ย่อมเห็นเวทนาในตน๑  (มีความคิดเห็นว่า เวทนาของตน  เป็นของตัวของตนแท้จริง)

ย่อมเห็นตนในเวทนา๑  (มีความคิดความเห็นว่า มีตัวตนของตนจริง ในเวทนาของตน)

ย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นตน  ย่อมเห็นตนมีสัญญา๑   ย่อมเห็นสัญญาในตน๑   ย่อมเห็นตนในสัญญา๑

ย่อมเห็นสังขารโดย ความเป็นตน  ย่อมเห็นตนมีสังขาร๑   ย่อมเห็นสังขารในตน๑   ย่อมเห็นตนในสังขาร๑

ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน๑  ย่อมเห็นตนมีวิญญาณ๑   ย่อมเห็นวิญญาณในตน๑   ย่อมเห็นตนในวิญญาณ๑

(เพราะความเข้าใจผิดในเรื่องวิญญาณ เป็นไปในลักษณะของเจตภูต หรือปฏิสนธิวิญญาณ จึงเที่ยงแท้คงทน โดยไม่รู้ตัวด้วยอวิชชา)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ ให้ถึงสักกายสมุทัย.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การตามเห็นอันจะยังสัตว์ ให้ถึงทุกขสมุทัย (ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์) นี้แล เป็นใจความข้อนี้.

(อ่านรายละเอียดของ การเห็นผิดว่าเป็นตัวตน เกิดขึ้นมาได้อย่างไรโดยละเอียดในบท อัตตา)

             [๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธเป็นไฉน?

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วในศาสนานี้ ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย

ฉลาดในธรรม ของพระอริยะ ได้รับการแนะนำดีแล้วในอริยธรรม

ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ได้รับการแนะนำดีแล้วในสัปปุริสธรรม

ย่อมไม่ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน๑   ย่อมไม่ตามเห็นตนมีรูป๑   

ย่อมไม่ตามเห็นรูปในตน๑   ย่อมไม่ตามเห็นตนในรูป๑

ไม่ตามเห็นเวทนาโดย ความเป็นตน.... ฯลฯ

ไม่ตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตน.... ฯลฯ

ไม่ตามเห็นสังขารโดยความเป็นตน.... ฯลฯ

ไม่ตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน๑   ไม่ตามเห็นตนมีวิญญาณ๑   

ไม่ตามเห็นวิญญาณใน ตน๑   ไม่ตามเห็นตนในวิญญาณ๑.

(กล่าวคือ มีความเห็นความเข้าใจที่ถูกต้องว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือขันธ์ ๕ ล้วนไม่ใช่ตัวตน  เกิดแต่เหตุปัจจัยหรือเป็นไปตามปฏิจจสมุปบันธรรม)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึง สักกายนิโรธ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การพิจารณาเห็นอันจะยังสัตว์ให้ ถึงทุกขนิโรธ นี้แล เป็นใจความในข้อนี้.

(อ่านรายละเอียดของ การไม่เห็นว่าเป็นตัวตน  โดยละเอียดในบท อนัตตา)

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

 

hit counter